วิเคราะห์คุณค่า

คุณค่าด้านเนื้อหา

คุณค่าด้านเนื้อหา

สร้างอารมณ์สะเทือนใจเกี่ยวกับชีวิตและความตาย

บทประพันธ์ถ่ายทอดความเหงา ความวังเวง และความสังเวชใจ ผ่านบรรยากาศยามใกล้ค่ำ ทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกร่วมและครุ่นคิดถึงชีวิตกับความตาย

บทประพันธ์วังเอ๋ยวังเวง

ตัวอย่างบทที่สร้างบรรยากาศวังเวง

บท “วังเอ๋ยวังเวง...” ใช้ภาพยามค่ำ เสียงระฆัง ฝูงวัวควาย ชาวนา และแสงตะวันที่ลับไป สร้างบรรยากาศอ้างว้างและนำเข้าสู่การรำพึงถึงสัจธรรมของชีวิต

คุณค่าด้านแนวคิด

คุณค่าด้านแนวคิด

ชีวิตไม่เที่ยง ทุกคนหลีกเลี่ยงความตายไม่ได้

เรื่องชี้ให้เห็นสัจธรรมว่าไม่มีผู้ใดหนีพ้นความตายได้ การดำเนินชีวิตจึงควรรู้จักปล่อยวางและไม่ยึดติดกับสิ่งต่าง ๆ มากเกินไป

ดวงเอ๋ยดวงจิต

ความตายทำให้ความห่วงและความปรารถนาสิ้นสุดลง

บท “ดวงเอ๋ยดวงจิต...” แสดงภาพผู้ตายที่ละจากกิจการ ความสุข ความเสียดาย ความวิตก และความเป็นเจ้าของทั้งปวง ย้ำแนวคิดเรื่องการปล่อยวางอย่างชัดเจน

คุณค่าด้านวรรณศิลป์

การใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติ

1. การใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติ (สัทพจน์)

ใช้คำที่เลียนหรือชวนให้นึกถึงเสียงจริง เช่น “กระกรีดกริ่ง” “เรไรหริ่ง” และ “เปาะแปะ” ทำให้ผู้อ่านได้ยินบรรยากาศของยามค่ำอย่างชัดเจน

เสียงระฆังในบทวังเอ๋ยวังเวง

2. การใช้เสียงธรรมชาติช่วยสร้างบรรยากาศ

คำว่า “ระฆังขาน” ในบท “วังเอ๋ยวังเวง...” ช่วยให้ผู้อ่านรับรู้เสียงของยามค่ำ และเสริมบรรยากาศสงบ วังเวง และโดดเดี่ยว

การใช้อุปมา

3. การใช้คำเปรียบเทียบให้เข้าใจชัดเจน (อุปมา)

บท “ห่างเอ๋ยห่างไกล...” เปรียบความมักน้อยของชาวนากับการอยู่ห่างจากความมักใหญ่ใฝ่สูง ช่วยเน้นภาพชีวิตที่สงบ สันโดษ และไม่ทะเยอทะยาน

การใช้บุคคลวัต

4. การสมมติให้สิ่งไม่มีชีวิตมีอารมณ์ความรู้สึกเหมือนคน (บุคคลวัต)

ถ้อยคำอย่าง “ทิ้งทุ่งให้มืดมัวทั่วมณฑล” และ “ตะวันลับอับแสงทุกแห่งหน” ทำให้ธรรมชาติคล้ายมีบทบาทและอารมณ์ร่วมกับความโดดเดี่ยวของผู้รำพึง

การเลือกคำบรรยายให้เห็นภาพและได้ยินเสียง

5. การเลือกใช้คำบรรยายให้นึกเห็นภาพและได้ยินเสียง

เช่น “มีเถาวัลย์รุงรังถึงหลังคา” ทำให้เห็นภาพ และ “รู้ว่าเสียงเกราะแว่วแผ่วแผ่วเอย” ทำให้ได้ยินเสียง จึงช่วยสร้างฉากและอารมณ์ได้ชัดเจน

การซ้ำคำ

6. การซ้ำคำเพื่อเน้นความหมาย

วลี “หมดวิตกหมดเสียดายหมดหมายปอง” ซ้ำคำว่า “หมด” เพื่อย้ำว่าผู้ตายได้ละจากความห่วง ความเสียดาย และความปรารถนาทั้งหมดแล้ว

การเล่นเสียงสัมผัส

7. การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะและสัมผัสสระ

เช่น “ตะวันลับอับแสงทุกแห่งหน” “เขาเป็นสุขเรียบเรียบเงียบสงัด” และ “เปลวเพลิงปลั่งหอมกลบตลบเอย” ช่วยเพิ่มจังหวะ ความไพเราะ และความรื่นหูแก่บทกลอน

คุณค่าด้านสังคม

คุณค่าด้านสังคม บุคคลในประวัติศาสตร์

ยกบุคคลในประวัติศาสตร์มาสื่อข้อคิด

กล่าวถึงชาวบ้านบางระจันและศรีปราชญ์ เพื่อชี้ว่าผู้มีความกล้าหาญหรือมีปัญญาอาจจากโลกไปอย่างสามัญได้ คุณค่าของคนจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความโอ่อ่าหรือชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว

คุณค่าด้านสังคม วิถีชีวิตชาวนา

สะท้อนวิถีชีวิตสังคมเกษตรกรรม

บท “กองเอ๋ยกองข้าว...” แสดงภาพการเก็บเกี่ยว การไถนา การใช้โคกระบือ และชีวิตเรียบง่ายของชาวนา สะท้อนสังคมเกษตรกรรมอย่างเห็นภาพ